02 กรกฎาคม 2551อำนาจของวรรณกรรม
เจตนา นาควัชระ กล่าวถึงสถานะของวรรณกรรมไว้ว่าเป็นสมบัติทางวรรณศิลป์ เป็นสมบัติของมนุษยชาติ เมื่อผู้แต่งตัดสินใจที่จะเผยแพร่แล้ว ก็หาได้เป็นสมบัติของผู้แต่งต่อไปไม่ แต่ได้กลายเป็นสมบัติของผู้อ่านไป ผู้อ่านมีเสรีภาพในการที่จะตีความวรรณกรรมหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวรรณกรรมที่ตนอ่าน วรรณกรรมนั้นก็ตกอยู่ในสภาวะเดียวกับวาจาที่เปล่งออกไป เมื่อหลุดลอยไปจากตัวผู้เขียนกลายเป็นสมบัติของผู้อื่น ซึ่งในที่นี้ก็คือผู้อ่าน
ความสำคัญของตัวบทวรรณกรรมจึงมีมากในฐานะที่เป็น ตัวสาร ที่ผู้สื่อได้ตัดสินใจส่งออกไปแล้ว เช่นเดียวกับคำปราศรัยที่ผู้กล่าวได้กล่าวต่อสาธารณชนจะผิดข้อเท็จจริงหรือเบี่ยงเบนจากความถูกต้องเพียงใดอยู่ในความรับผิดชอบของผู้พูด ความคิดเรื่อง สมบัติทางวรรณศิลป์ เป็นการเน้นความสำคัญของตัวบทวรรณกรรมในฐานะที่ พูดแทนใจ ผู้เขียน เท่ากับเป็นการย้ำให้ผู้เขียนตระหนักถึงบทบาทของตนก่อนที่จะสร้างตัวแทนมาสื่อกับผู้อ่านด้วย แต่ทั้งนี้ต้องอาศัยบทบาทของผู้อ่านที่เป็นผู้รับสารที่ดีด้วย
สารในวรรณกรรมมี เจตนา อย่างไร เป็นหน้าที่ของผู้อ่านที่จะต้องพยายามสกัดออกมาเอง อาจจะตรงหรือไม่ตรงกับเจตนาของผู้เขียนที่บอกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้ ผู้อ่านที่มีวิจารณญาณจะไม่ถือว่าเจตนาของผู้เขียนที่ประกาศไว้ในวรรณกรรมเป็นเพียงเจตนาเดียว มิฉะนั้นอาจจะถูกจับจูงจนหลงใหลในทางการอ่าน เพราะยึดเอาเจตนาของผู้เขียนเป็นตัวนำร่องในการวินิจสารได้ ทำให้ขาดโอกาสที่จะมองวรรณกรรมในมุมกว้างอย่างเสรีต่อไป
ตัวบทวรรณกรรมควรจะเป็นงานศิลป์ที่เป็นสื่อโยงมนุษย์เข้าหากัน ให้เข้าใจภาษาเดียวกัน นั่นก็คือเสียงวิญญาณของมนุษย์ดังที่นักวิชาการศิลปะผู้หนึ่งกล่าวไว้ว่า
Within a work of art where the cry of the human soul sounds most loudly , the author and his audience discover mutual sympathy and attraction
ตามทรรศนะนี้ ผู้เขียนและผู้อ่านมีจุดสนใจร่วมกันคือ เสียงวิญญาณของมนุษย์ วรรณศิลป์เป็นสื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้ฟังเสียงเพรียกนั้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แล้วจะได้หันหน้าเข้าหากันเพื่อมองและแก้ปัญหาของมนุษยชาติ
ด้วยเหตุที่วรรณกรรมมิใช่เพียงการสื่อสารธรรมดา แต่เป็นการสื่อสารอย่างมีศิลปะ ความสำคัญของตัวบทวรณกรรมจึงเหมือนกับงานศิลป์อื่น ๆ ที่ผู้อ่านย่อมจะต้องพินิจในกรอบศิลปะได้ ศิลปะอื่น ๆ เช่น จิตรกรรม , ประติมากรรม ซึ่งเป็นทัศนศิลป์ มีองค์ประกอบที่สำคัญ ๒ ส่วน คือ รูปทรงกับเนื้อหา รูปทรงคือส่วนที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ วัสดุ และทัศนธาตุ ( เช่น น้ำหนักอ่อนแก่ของแสงและเงา สี ลักษณะผิว เป็นต้น ) ที่สัมผัสได้ด้วยประสาทตา เนื้อหาคือส่วนที่เป็นนามธรรมที่รับรู้ได้ด้วยความรู้สึกนึกคิดผ่านทางรูปทรง เช่น เรื่องราว อารมณ์ และสัญลักษณ์ องค์ประกอบของวรรณกรรมก็แบ่งได้กว้าง ๆ เป็น ๒ ส่วนเช่นกัน คือ รูปแบบและเนื้อหา แต่ถ้าจะพิจารณอย่างละเอียดให้เห็นความสำคัญของตัวบทวรรณกรรมแล้ว รูปแบบเป็นเพียงโครงร่างคร่าว ๆ ที่กำหนดประเภทของงานเท่านั้น ถ้าจะเปรียบกับมนุษย์ รูปแบบคือประเภทของสัตว์โลกชนิดหนึ่งที่ต่างกับสัตว์โลกอื่น แต่ในตัวมนุษย์นี้เอง มีส่วนประกอบ เช่น กระดูก เลือดเนื้อ และอวัยวะทั้งปวง ที่ทำให้เป็นร่างของมนุษย์ องค์ประกอบของวรรณกรรมอันได้แก่ แนวคิด โครงเรื่อง เนื้อเรื่อง การดำเนินเรื่อง ฯลฯ รวมกันเรียกว่า วัสดุ เปรียบเหมือนกับส่วนประกอบของมนุษย์ที่กล่าวแล้ว และมนุษย์ต้องมีอาภรณ์ประดับกายฉันใด วรรณกรรมก็ต้องมีอลังการคือภาษาที่งดงามตกแต่งฉันนั้น แต่ร่างกายจะเป็นดั่งร่างที่ไร้วิญญาณ หากปราศจากจิตใจ รสของวรรณกรรมเปรียบเหมือนชีวิตจิตใจของร่างกายนั้น
รสวรรณกรรม เกิดจากพลังของตัวบทวรรณกรรมที่สามารถสื่อให้กระทบอารมณ์และความคิดของผู้อ่านได้ จนทำให้ผู้อ่านเกิดปฏิกิริยาตอบสนอง เช่น เมื่อได้อ่านวรรณกรรมที่สื่ออารมณ์รัก ผู้อ่านก็จะได้รับรสความซาบซึ้งในความรัก ได้อ่านเรื่องที่สื่ออารมณ์โกรธ ก็จะได้รับรสความแค้นเคือง เป็นต้น
กล่าวได้ว่า อำนาจของวรรณกรรมอาจมีมากพอที่จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในอารมณ์และความคิดของผู้อ่านได้ ดังที่ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กล่าวไว้ว่า
หนังสือคือสื่อชนวนที่ปรวนแปร
ทำให้แพ้หรือนำไปสู่ชัยชนะ
ที่มา : หนังสือดั่งรัตนะแห่งโกสินทร์ ของ กุสุมา รักษมณี
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (1)
แสดงความคิดเห็น


ชอบอ่านวรรณกรรมคร๊าฟ




| อา. | จ. | อ. | พ. | พฤ. | ศ. | ส. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||
วันที่ 28 สิงหาคม 2551 เวลา 10:12
โดย : Ek
อีเมล์ : -
เว็บไซต์ : -
IP 61.19.149.xxx