ชุมชนการศึกษา Online ที่มีสมาชิก และ Pageview มากที่สุดในประเทศ
eduzones logo

jybjub

^_^ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่... มีอะไรบ้าง ^_^ วิธีการดีดี จากรุ่นพี่ สู่รุ่นน้อง... มีอะไรบ้าง

respond06 เมษายน 2551

กระแส " จีนแห่เรียนไทย "

วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3983 (3183)

ร.ร.บริหารธุรกิจไทย ภาคภาษาจีน ของใหม่ ในกระแส "จีนแห่เรียนไทย"

การประกาศรุกจับตลาดนักศึกษาจีนของ สถาบันการศึกษาในไทยนั้นเเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว เพราะใครๆ ต่างก็รู้ว่า "จีน" นั้นเป็นตลาดที่มีศักยภาพ ในแต่ละปีมีคนจีนเดินทางออกมาเรียนต่างประเทศ สูงถึง 150,000 คนต่อปี ซึ่งเติบโตถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับอัตราการเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศเมื่อ 7-8 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะในอดีตก่อนที่จีนจะเปิดประเทศ รัฐบาลจีนก็ส่งคนไปเรียนต่อต่างประเทศจำนวนมากมาย ผลผลิตที่ได้ก็คือกลุ่มผู้บริหารเลือดใหม่ในจีนที่พูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว และมีมุมมองต่อเศรษฐกิจ สังคม ในมุมที่ต่างออกไป

จะผิดกันก็แต่ว่าวันนี้สัดส่วนของผู้ที่เดินทางไปเรียนต่อในต่างประเทศของจีนในวันนี้นั้นไม่ได้มาจากรัฐบาลจีนเป็นหลัก แต่จะมาจากการที่ผู้ปกครองนิยมส่งบุตรหลายไปเรียนต่อเองในสัดส่วนที่มากถึง 98% เพราะมองว่าการเรียนต่อในต่างประเทศจะทำให้มีโอกาสมากกว่า และหางานทำได้ง่ายกว่าเมื่อ เรียนจบกลับมา

จีนเบอร์ 2 ฮาร์วาร์ด

ไชน่า เดลี่ รายงานเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า กระทั่งในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดมหาวิทยาลัย ชั้นนำในสหรัฐอเมริกา มีนักศึกษาจีนมากถึง 10.24% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นอันดับที่ 2 รองจากแคนาดาเท่านั้น

ภาพนี้สะท้อนชัดเจนถึงแนวโน้มการขยายตัวของนักศึกษาจีน ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก

ประเทศหลักที่นักศึกษาจีนเดินทางไปศึกษาต่อมีตั้งแต่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น ส่วนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิงคโปร์นั้นเป็นจุดหมายปลายทางหลักจากยุทธศาสตร์ของสิงคโปร์ จุดแข็งหนึ่งสิงคโปร์ยังเป็นประเทศที่ใช้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน ซึ่งทำให้นักศึกษาไม่ต้องปรับตัวมาก

จำนวนนักศึกษาจีน ที่มาเรียนภาษาไทยที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ผลิตออกไปถึง 1,000 คนในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น เป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนภาพความนิยม เพราะแม้จะเป็นโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาโดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย แต่ก็เห็นว่า ปัจจุบันคนจีนให้ความสนใจไทยมาก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและการขยายตัวทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับจีน ในปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่าถ้าพิจารณาเฉพาะคณะธุรกิจที่เดินทางไปต่างประเทศเพื่อมองหาโอกาสในการลงทุนจีนน่าจะเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของนักลงทุนไทย

ความร่วมมือไทย-จีนสะพัด

ปัจจุบันถ้าเปรียบเทียบกับนักศึกษาชาติอื่นที่เดินทางมาเรียนในไทย จีนถือเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุด โดยนักศึกษาจีนที่เข้ามาเรียนในไทยนั้นมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปี 2548 มีจำนวน 1,650 รายและเพิ่มขึ้นมาเป็น 2,698 รายในปี 2549

อู๋ ยี่ เซีย เป็นนักศึกษาจีนที่เดินทางมาเรียนภาษาไทยในไทย เธอกล่าวว่า "สิ่งที่คาดหวังนอกจากจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมไทยแล้ว ภาษาไทยยังจะสามารถเปิดโอกาสให้สามารถทำงานได้เมื่อกลับไปยังจีน โดยอาจจะไปเป็นไกด์ หรือล่ามซึ่งเป็นที่ต้องการในเวลานี้เพราะมีคนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวมาก รวมถึงการทำธุรกิจ"

การดึงนักศึกษาจีนเข้ามาในไทยวันนี้จึงมีทั้งในลักษณะหลักสูตรระยะสั้นในโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา ผ่านการลงนามในข้อตกลงมากมายของแต่ละสถาบัน เพียง 2 เดือนแรกของปี 2551 มีการลงนามข้อตกลงระหว่างมหาวิทยาลัยในไทยและจีนจำนวนนับ 10 แห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ล่าสุด มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม พึ่งทำพิธีมอบวุฒิบัตรสำหรับผู้สำเร็จการศึกษา ในงาน "300 วันรักจันทรเกษม" ที่เป็นโครงการการแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยหนานหนิง โดย นักศึกษาจีนเดินทางเข้ามาเรียนภาษาไทยเป็นเวลา 1 ปี

รวมไปถึงหลักสูตรทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก เหตุผลหลักๆ ไม่เพียงอยู่ที่มาตรฐานการศึกษา ความหลากหลายของหลักสูตร แต่ยังอยู่ที่วัฒนธรรมและความเป็นอยู่ที่ใกล้เคียงกัน

มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญน่าจะเป็นมหาวิทยาลัยแรกในไทยที่มีการทำตลาดและให้ความสำคัญกับนักศึกษาจีนอย่างจริงจัง โดยมีจุดแข็งในเรื่องของการบริหารธุรกิจ และรูปแบบการเรียนการสอนที่เป็นภาษาอังกฤษ และปัจจุบันมีนักศึกษาจีนอยู่มากเป็นพันคน

Chinese Business School

แต่การหลั่งไหลเข้ามาของนักศึกษาจีน มีพลังมากกว่านั้น ปัจจุบันมีการพัฒนาหลักสูตรที่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาจีนโดยเฉพาะเพื่อรองรับความต้องการของนักศึกษาจีนที่เดินทางเข้ามาเรียนต่อ และขยายช่องทางใหม่ๆในการทำตลาดสำหรับนักศึกษาจีนที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง แต่ต้องการเดินทางมาเรียนต่อในไทย

"Chinese Business School" มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งเปิดขึ้นไม่นานมานี้ เป็นการนำหลักสูตรบริหารธุรกิจของ มหาวิทยาลัยในไทย มาแปลเป็นภาษาจีน และทำการเรียนการสอนเป็นภาษาจีนทั้งหมด

เรื่องนี้ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า Chinese Business School เป็นสถาบันที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับนักศึกษาจีนโดยตรง ซึ่งเป็นหลักสูตรบริหารธุรกิจเหมือนกับหลักสูตรภาษาไทย เพียงแต่ทำการเรียนการสอนเป็นภาษาจีนและจ้างอาจารย์จากจีนมาเป็นผู้สอน โดยนักศึกษาที่เรียนอยู่ราว 100 คนในปัจจุบันถือเป็นนักศึกษารุ่นแรก

เขาให้เหตุผลถึงการเปิดหลักสูตรนี้ว่า "การที่เราเปิดหลักสูตรด้านบริหารธุรกิจเป็นภาษาจีนเพราะเรามองเห็นความเป็นไปได้ เพราะคนจีนนั้นสนใจในเรื่องบริหารธุรกิจและเรามองเห็นความต้องการของนักศึกษาจีนกลุ่มหนึ่งที่ไม่สามารถพูดได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยเราจึงเห็นว่าต้องสอนเป็นภาษาจีน และในอนาคตหากเรามองเห็นความเป็นไปได้อาจจะมีการขยายหลักสูตรที่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาจีนไปยังหลักสูตรอื่น"

หลักสูตรนี้ยังมีความร่วมมือกับ "ซีพี ออลล์" ซึ่งร่วมเข้ามาพัฒนา เพราะซีพีเองก็มีความต้องการบุคลากรในจีนจำนวนมาก เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจที่บริษัทไปลงทุนในจีน โดยนักศึกษาจีนที่เข้ามาเรียนที่สถาบันนี้ อาจจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับซีพีในจีนด้วย

อย่างไรก็ตาม ไม่เฉพาะในหลักสูตรที่สอนเป็นภาษาจีนเท่านั้น ปัจจุบันนักศึกษาจีนที่เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยรังสิต ยังมีอีก 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่มาเรียนในวิทยาลัยนานาชาติ ซึ่งเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษ และกลุ่มนักศึกษาที่เข้ามาเรียนอยู่ในหลักสูตรภาษาไทยประมาณ 30 คน โดยกลุ่มหลังเป็นกลุ่มที่มีพื้นฐานภาษาไทยมาระดับหนึ่งและมาเรียนเพื่อให้ได้ภาษาไทยดีขึ้น

"นักศึกษาส่วนใหญ่เรียนแล้วเขาก็อยากกลับไปทำงานที่จีน การที่จำนวนประชากรในประเทศเขามากทำให้คนจีนตื่นตัว ยิ่งเมื่อเขาเปิดประเทศแล้ว ในประเทศไม่มีที่เรียนเพียงพอ การเดินทางไปเรียนต่อในต่างประเทศจึงเป็นโอกาส" ดร.อาทิตย์กล่าวในที่สุด

การเปิดหลักสูตรนี้จึงถือเป็นพัฒนาการอีกก้าวของสถาบันการศึกษาไทยที่พยายามหาช่องว่างทางการตลาดและตอบโจทย์การขยายตัวของนักศึกษาจากแดนมังกรที่นับวันจะมีแต่สูงขึ้น และเชื่อว่านับจากนี้น่าจะมีนวัตกรรมใหม่ๆทางการศึกษาเตรียมที่จะเกิดขึ้นมารองรับ !!

หน้า 35
http://matichon.co.th/prachachat/prachachat.php
Posted by : จุ๊บ จุ๊บ
เวลา : 10:30
จำนวนผู้อ่าน : 1991 คน
Url เรื่องนี้คือ : http://adviser.eduzones.com/jybjub/5025
print พิมพ์หน้านี้  favorite ชอบเรื่องนี้  comment อ่านความคิดเห็น (0)  respond แสดงความคิดเห็น
 

แสดงความคิดเห็น








ขนาดไม่เกิน 300KB

Verify Image เรียกรหัสยืนยันใหม่
My Story
+ อำนาจของวรรณกรรม
+ รอบรั้วมอชอ
+ ขอแสดงความยินดี
+ กระแส " จีนแห่เรียนไทย "
+ ประสบการณ์,,, การเลือกคณะ
+ A d m i s s i o n s ::: พี่ช่วยได้
+ สาขาวิชาที่เปิดในคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
+ ประวัติความเป็นมาของคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
+ CMU Book Fair : จัดนัดพบคนรักหนังสือ
+ คณะในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
+ ประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ( โดยย่อ )
 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า
<ก่อนหน้า ถัดไป>
1
Bloger Profile
photo จุ๊บ จุ๊บ
จุ๊บ จุ๊บ
อีเมล์ : I_am_jeep_online@hotmail.com
วันที่สร้าง : 24/11/2550
จำนวนเรื่อง : 11
จำนวนผู้ชม : 14182
จำนวนผู้โหวต : 5
คะแนนแฟนพันธ์แท้ : 7659
Calendar
<<  กรกฎาคม 2008  >>
อา.จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 

Education Search ค้นหาข้อมูลด้านการศึกษาจากทั่วโลก
eduzones logo

นำบทความเราไปใส่ในเว็บคุณ java feed text link

คำค้นหายอดนิยม : เกมส์ , ฟังเพลง , สงกรานต์ , ภาวะโลกร้อน
โซนยอดนิยม : ข่าว , เส้นทาง , ความรู้ , ชุมชน , ทุนการศึกษา , นานาชาติ , โครงการ
โปรแกรมยอดนิยม : ค้นหาตัวเอง , อาชีพไหนที่ใช่เรา , ค้นหามหาวิทยาลัย , ทำข้อสอบออนไลน์ , ดาวน์โหลดข้อสอบ , ประเมินโอกาส Admission ติด
ข่าวการศึกษา : ข่าว Admission
เส้นทาง : ปรึกษาคณาจารย์
ความรู้ : บทความ
ชุมชน : พี่แนะนำน้อง
โครงการ : Eduzones Expo 2008 , โค้งสุดท้าย Admissions
บริการ : SMS ข่าวการศึกษาฟรี , ทุนการศึกการ , นิตยสารการศึกษา , ฟังวิทยุออนไลน์ , สินค้าการศึกษา
ติดต่อ : เกี่ยวกับ Eduzones , ติดต่อ Eduzones
พันธมิตร : Kapook.com , Narak.com , รับทำเว็บไซต์ , Factory , Hosting , รถมือสอง , รูปดารา , ภาพเคลื่อนไหว , เกมส์.com

Copyright @2007 Eduzones All rights reserved.
The Most Popular Education Site in Thailand
The Best Education/Community Service Site : The Nation Thailand Web Award 2000
The Most Visited Educational Site : Truehit.net Web Award 2004 , 2005