
| อา. | จ. | อ. | พ. | พฤ. | ศ. | ส. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
11 ตุลาคม 2551จุดมุ่งหมายของ Admissions ก็คือต้องการคัดเลือกนักเรียนให้เหมาะสมกับคณะ/สาขานั้นๆ ดังนั้นใน Admissions ระบบใหม่ให้ความสำคัญกับการสอบ PAT เป็นอย่างมาก สำหรับนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ในชั้น ม.5 ก็คงต้องเตรียมตัวกับการสอบ GAT , PAT โดยเร็ว เพื่อจะได้ทำคะแนนให้ได้ดีที่สุด
ประเด็นหนึ่งที่ทุกคนอยากทราบกันมากก็คือ แล้วแนวข้อสอบ GAT และ PAT เป็นอย่างไร จริงๆแล้วการสอบ Admissions แบบเดิม และแบบใหม่นั้นมีความต่างกันมาก เช่น
1. ลักษณะข้อสอบไม่เหมือนกัน ข้อสอบ O-NET , A-NET ผู้ออกสอบจะเป็นอาจารย์ระดับ ม.ปลาย แต่ข้อสอบ GAT และ PAT จะออกโดยอาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งเน้นในเรื่องพื้นฐานการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย เน้นการคิดวิเคราะห์เป็นสำคัญ
2. เน้นด้านการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ ในข้อสอบ GAT ให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษมากโดยให้คะแนนมากถึง 50% เน้นเรื่องการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ
3. เน้นวิชาความถนัดเพื่อให้ได้นักเรียนที่เหมาะสมกับคณะสาขา ระบบ Admissions ใหม่จะเน้นเรื่องของวิชาความถนัดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ GAT ใช้มากถึง 10-50% โดยการสอบเพียงวิชาเดียว เช่นเดียวกับ PAT ที่ใช้ 0-40% ยกตัวอย่างเช่น ด้านสถาปัตยกรรม
เดิมใช้คะแนนวิชาความถนัดเพียง 30% แต่ระบบใหม่ใช้มากถึง 50% ดังนั้นใครที่เตรียมพร้อมในวิชาความถนัดมาเป็นอย่างดีก็จะทำคะแนนได้สูงมากกว่าเดิมเยอะ เพราะสัดส่วนคะแนนเพิ่มขึ้น และได้เตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี ก็จะยิ่งทำให้คะแนนเพิ่มสูงขึ้นมาก
ใน Admissions ใหม่ไม่จำเป็นต้องเรียนมาก เพียงแต่รู้จักเน้นในวิชาที่จำเป็นต่อการสอบในคณะสาขาที่เราต้องการศึกษาต่อก็เพียงพอแล้ว
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (24)
แสดงความคิดเห็น